อยากเริ่มต้นงานสาย tech หรือ software development แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี เรียนคอร์สออนไลน์ก็สั้นไป เรียนมหาวิทยาลัยก็นานไป งั้นมาลองดู Bootcamp กันดีกว่า
บทความนี้แอดเขียนรีวิวคอร์ส QA Engineer Bootcamp ของ TripleTen นั่งเรียนมาจะครบสองเดือนแล้ว เผื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับเพื่อนๆที่สนใจนะครับ
QA Engineer Bootcamp
หลักสูตร QA Engineer เป็นการเรียน online, part-time ความยาว 5 เดือนเต็ม เรียนบน TripleTen platform สมัครปุ๊บ ก็เริ่มเรียนได้ทันที
Bootcamp เป็นเหมือน “จุดกึ่งกลาง” ระหว่างคอร์สออนไลน์ทั่วไปกับการเรียนปริญญา ใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน เรียนจบ มี skills พื้นฐาน เริ่มงานใหม่ได้ทันที
การเรียน การสอนทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ headquarter อยู่ที่อเมริกา แต่ทีมงานเป็นคนยุโรปเยอะมาก น่าจะมาทางฝั่งรัสเซียเพียบ เพราะบริษัทแม่ของ TripleTen คือ Yandex
Success manager ที่ช่วยดูแลแอดชื่อ Nikita คนรัสเซียแน่นอน 555+

แอดเขียนเกี่ยวกับงาน Quality Assurance ไว้แล้วใน newsletter ก่อนหน้านี้ หน้าที่หลักของ QA Engineer คือ
- Catch Bugs
- Report Bugs
- Work with Dev to Fix Them
- Create Test Documentation
ตำแหน่ง QA เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่อยากข้ามมาสาย tech
Role นี้ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดเยอะ (gray-black box testing) ไม่ต้องรู้ลึกมากเรื่อง technical หลายบริษัทเปิดรับเด็กจบใหม่ อนาคตต่อยอดไปเป็น developers หรือ PM ก็ได้
It doesn’t require coding, technical knowledge, or years of experience.
Soft skills ของ QA เป็นคนละเอียด มีทักษะด้านการสื่อสาร โดยเฉพาะการเขียน ไว้ใช้ตอนเก็บ Software Requirements และเขียน Bug Report/ Documentation
ตอนนี้แอดเรียน bootcamp มา 17% แล้ว ช้ากว่าเพื่อนๆในรุ่นนิดนึง กำลังจะส่ง project ของ sprint 2 เริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ นอนน้อยแต่นอนนะแล้ว 555+

🐞 ชื่อตำแหน่งที่เราสามารถสมัครได้ หลังจากเรียนจบ เช่น QA Engineer, Test Engineer, Software Tester, Manual QA และ Test Automation เป็นต้น
ที่ไหนมีงาน Software ที่นั่นมีงาน QA ให้ทำหมดเลย เรียนไว้ไม่ตกงาน เย้
Curriculum
เนื้อหาของ bootcamp จะแบ่งเป็น 9 sprints สอนตั้งแต่พื้นฐาน เรียนจบ สามารถเริ่มงานตำแหน่ง Junior QA Engineer ได้ทันที เค้ามีโปรแกรมช่วยหางานด้วย
จากที่แอดนั่งหาข้อมูลมาหลายๆที่ TripleTen ถือว่าสอนได้ครอบคลุม รีวิวดีงาม ติด top 5 สบายๆ แถมค่าใช้จ่ายไม่บานปลาย (อันนี้เปรียบเทียบมาตรฐานเมืองนอกนะ 555+)

แต่ละ sprint ใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ เนื้อหาประมาณ 30-45 ชั่วโมง ได้ test ครบตั้งแต่ web, app, mobile, API, database มีเขียนโค้ดนิดหน่อยใช้ภาษา JavaScript
- Testing Fundamentals
- Test Design and Documentation
- Testing Web Applications
- Testing Mobile Applications
- Testing APIs
- Understanding Databases
- Introduction to JavaScript
- Test Automation
- Applied Testing: Final Project
แค่ sprint แรก ก็คุ้มแล้ว 555+ ได้เรียนเยอะจัดๆ คำศัพท์ใหม่เพียบ requirements, smoke testing, regression testing, exploratory testing, bug life cycle เป็นต้น
รวมจำนวนชั่วโมงเรียนทั้งหมดประมาณ 300 ชั่วโมง ฝึกทำ 5 โปรเจ็ค มี option ให้เราฝึกงาน ลองทำโปรเจ็คจริงกับบริษัทจริงๆด้วย เรียกว่า Externships
Short-term programs that provide learning opportunities in a professional setting
ถ้าใครอยากหางานในอเมริกา บนโรงเรียนจะมีคอร์ส Career Prep และ Career Acceleration ให้เราอัปสกิล ทำโปรเจ็ค portfolio เตรียมสัมภาษณ์งานสาย tech ต่อด้วย

🙂 แอดว่าเรียนจบทำงานได้จริง เนื้อหาโหดมาก ได้เรียนตั้งแต่ manual ยัน automation เน้นสาย gray-black box testing โค้ดนิดหน่อย ตอนนี้แอดเริ่มจะเรียนไม่ค่อยทันแล้ว 555+
แถม TripleTen เค้าใจดีใส่คอร์สฟรีเพิ่มมาในหลักสูตรด้วย เช่น How to make AI work for you มีสอนการเขียน prompt ใน ChatGPT และปูพื้นฐาน SQL 101
Teaching Style

ถ้าใครคิดว่า bootcamp เมืองนอกจะสอนเป็น video นั่งดูแห้งๆเหมือนบ้านเรา ผิดเลย 555+ ส่วนใหญ่เมืองนอกจะเน้น self-taught และ text-based เป็นหลัก
เหตุผลคือความเร็วในการอ่านโดยเฉลี่ยของคนทั่วไปอยู่ที่ 240-250 คำต่อนาที แต่ถ้าเราเรียนแบบวีดีโอ ฟังคนอื่นพูดจะได้ข้อมูลแค่ 130-140 คำต่อนาทีเท่านั้น
แปลว่าการเรียนแบบ “อ่าน” เร็วกว่าแบบ “ฟัง” เป็นที่มาของ text-based curriculum แอดสรุปสไตล์การสอนของ TripleTen ออกเป็น 9 หัวข้อ ดังนี้
- Online เรียนแบบออนไลน์ 100% จะนั่งเรียนที่ไหนก็ได้
- Self-Paced รับผิดชอบตัวเอง เรียนเวลาไหนก็ได้ แต่มี deadline สำหรับส่งโปรเจ็ค
- Text-Based เนื้อหาเกือบทั้งหมดเป็นบทความให้เรานั่งอ่าน ศึกษาด้วยตัวเองไปเรื่อยๆ
- Audio เหมือนเค้าใช้ AI สร้าง audio file สรุปบทเรียน
- Video มีน้อยมากๆ 2 sprints แรกมีแค่ 2-3 วีดีโอเอง
- Coding เขียนโค้ด เช็คคำตอบได้ง่ายๆบน platform
- Discord Community ไว้พูดคุยกับเพื่อนๆในรุ่น พูดคุยกับ TA
- Live ผ่าน Zoom ทุกสัปดาห์ มีสอนเพิ่มเติม รีวิวเนื้อหานิดหน่อย
- Projects ที่ต้องทำส่งอาจารย์ทุก sprint
สิ่งที่ทำให้ coding bootcamp ราคาโดดขึ้นมาจากการเรียนออนไลน์ทั่วไปคือ real-world projects ที่มี reviewers มาช่วยตรวจการบ้านและ feedback เราแบบมืออาชีพ
ของ TripleTen จะมี portfolio projects ให้เราทำทั้งหมด 5 ตัว ร้องขอชีวิต 555+
Projects
โปรเจ็คแรกที่แอดทำใน QA bootcamp คือการเขียน Bug Report บน Jira เป็นการเขียน report ครั้งแรก ได้ความรู้ใหม่เยอะมาก
ส่งงานไปแล้ว ต้องรอ Code Reviewer รีวิวงานประมาณ 24-48 ชั่วโมง รับ feedback แก้ไข ปรับปรุงงานจนกว่าจะผ่าน ถึงจะเข้าเรียน sprint ต่อไปได้

ตอนนี้แอดกำลังเริ่มทำ project ที่สอง เขียนพวก test cases และทำ test documentation ตาม template ที่ใช้ในงาน QA ของจริง (แต่ละที่อาจจะแตกต่างกันได้ตาม requirements)
นอกจากคนตรวจงานเรา ยังมี success managers ไว้คุยแก้เหงา ไม่ใช่ 555+
คุยกับ Nikita จนเป็นเพื่อนกันแล้ว ติดปัญหาอะไร ส่งข้อความหาเค้าได้ตลอดใน discord มี tutors มานั่งไลฟ์สอนพวก technical skills มี senior students มาแชร์ประสบการณ์
และ tech support เวลาเจอปัญหา log in หรือ bug บน platform ตั้งแต่เรียนมา ยังไม่เคยเจอปัญหาอะไรเลย smooth as silk มากๆ 👍

เอาจริงๆประสบการณ์เรียนให้อารมณ์คล้ายๆ codecademy แต่ของ TripleTen ดีกว่าที่มี full support ทั้งใน discord และบน platform
แต่ราคาก็ต่างกันเยอะ codecademy สมัครเรียนรายปีประมาณ 6,000 บาทเอง ช่วงโปรมีลดอีก นักศึกษาลดอีก 50% แอดควรพักบ้าง สมัครทุกที่ ไม่มีเวลาเรียนเลย แง๊ 555+
Future Career
3 Future Skills ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนโลกอนาคตคือ Data, Software และ Business
แอดคิดว่า data analyst อย่างพวกเราก็ต้องปรับตัวเหมือนกัน นี่คือเหตุผลที่แอดมาลงเรียน QA bootcamp เพราะอยากอัปสกิล Software ติดตัวไว้ด้วย
จริงๆคือกลัวตกงาน ยั๊งงง 555+ หยอกเล่นๆ
แอดลองค้นหาเงินเดือนเฉลี่ยของตำแหน่ง QA engineer ของบ้านเรา Google เขียนคำตอบกลับมา “เฉลี่ยประมาณ 27,000 – 50,000 บาท” อ้างอิงจาก JobsDB และ Glassdoor

แอดลองไปดูฐานเงินเดือนตำแหน่ง QA Engineer จาก Adecco salary guide ปี 2024
| Industry | 0-3 years |
|---|---|
| Industrial and Manufacturing | 20,000 – 40,000 |
| Information Technology | 30,000 – 45,000 |
| Services/ Consulting | 40,000 – 60,000 |
ถ้าประสบการณ์สูงขึ้น มากกว่า 7 ปีขึ้นไป เติบโตไปเป็น QA Lead เงินเดือนดีเลย ในสายงาน Services/ Consulting ค่าเฉลี่ยที่ 150,000 – 200,000 บาทต่อเดือน
ก่อนอ่านต่อ ดูตัวเลขพวกนี้เป็น guideline แต่อย่าเชื่อมันหมดนะ สถิติก็คือสถิติ 555+
อ้างอิงจาก TripleTen ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับ QA engineer ที่เค้าไปกวาดมาจากเว็บหางานทั่วโลก (น่าจะเป็นเว็บดังๆ) มีเปิดอยู่มากกว่า 100,000 ตำแหน่ง แบบ remote ก็มีเยอะ

แอดลองดูบน LinkedIn ประเทศไทยก็มีเปิดอยู่ 191 ตำแหน่ง (มีนาคม 2024) ถ้าใครอยากย้ายมาเริ่มงานสาย tech แอดคิดว่าตำแหน่งนี้น่าสนใจพอๆกับ data analyst เลย เย้
Course Reviews
Bootcamp ของ TripleTen ได้คะแนนเฉลี่ย 4.8/5 คะแนน มากกว่า 600 รีวิวจาก Career Karma, Course Report และ SwitchUp (มีนาคม 2024)

บน YouTube มี creators รีวิวคอร์สไว้บ้าง ค่อนข้าง mixed reviews
สุดท้ายแอดว่าอยู่ที่ learning style ของแต่ละคน ถ้าใครชอบอ่าน มีวินัยในการเรียน TripleTen เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์เช่นกัน แต่ต้องอ่านหนังสืออื่นๆเพิ่มเติมด้วย

อ้างอิงจากเว็บไซต์ TripleTen มีนักเรียนเรียนจบไปแล้วมากกว่า 1,000 คน 87% ได้งานทำภายใน 6 เดือนหลังจากจบ bootcamp
นักเรียนส่วนใหญ่ได้เริ่มงานตำแหน่ง web developer, software tester, ML engineer และ associate data scientist/ analyst
จากที่แอดส่องใน discord ทุกคนดูตั้งใจเรียนมาก นักเรียนในแต่ละ batch ไม่เยอะเท่าไหร่ น่าจะเป็นเพราะค่าเทอม 555+ ลองอ่านต่อได้ในหัวข้อถัดไป

Tuition Fee
ค่าเทอม bootcamp ในต่างประเทศคือแบบเอาเรื่องเลย 555+ ของ TripleTen ที่แอดลงเรียนถือว่าราคาต่ำที่สุดแล้ว จากที่แอดไปรีวิวมา มีตั้งแต่ $4,900 ไปจนถึง $15,000 USD
หลายๆที่จะมี options การจ่ายเงินให้เลือกสามแบบ
- Upfront จ่ายเต็มก่อนเข้าเรียน มีส่วนลด 20-25%
- Learn now, pay later เรียนก่อนจ่ายทีหลัง อันนี้คือแบ่งจ่าย 36 เดือน คิดอัตราดอกเบี้ยตามจริง (อัตราดอกเบี้ยที่อเมริกาคือโหดมาก คิดตาม credit score เราด้วย)
- Installments ผ่อนจ่าย จะราคาแพงกว่า Upfront 20-25%
ภายในสองสัปดาห์แรก ถ้าเรียนแล้วไม่ชอบ สามารถขอ Refund ได้เต็มจำนวน

ตอนแอดลงเรียนคือเลือก option จ่ายเต็ม คุยกับ admission ได้ส่วนลดเพิ่มอีก 15% รวมค่าเสียหายที่แอดโดนไปทั้งหมด 145,xxx บาท โดยประมาณ (อัตราแลกเปลี่ยน 35 บาท)

อ้างอิงจาก Quora สถิติการเรียนจบคอร์สฟรีบน Coursera เฉลี่ยที่ประมาณ 4-5% แต่ถ้าเราจ่ายเงินอัปเกรดเป็น paid enrollment โอกาสเรียนจบคอร์สจะอยู่ที่ประมาณ 55.4%
ยิ่งจ่ายค่าคอร์สแพงขึ้นเท่าไหร่ โอกาสเรียนจบยิ่งมากขึ้นเท่านั้น มีไฟในการเรียนแล้ว 🤣
Get Paid or Get a Refund
Bootcamp ต่างประเทศส่วนใหญ่จะการันตีงานด้วย มีโปรแกรมช่วยหางาน career support ปั้นคนเข้าสู่สาย tech อย่างแท้จริง (การันตีงาน แต่ไม่การันตีเงินเดือนนะ 555+)
ถ้าเรียนจบแล้วภายใน 6 เดือน ยังหางานไม่ได้ เค้าเปิดให้เราขอ refund ได้อีกรอบ เมืองนอกเค้ามองว่าถ้าจ่ายเงินเรียนเป็นแสนบาทแล้วไม่เห็นผลจริงๆ เค้าก็ยินดีคืนเงินเลย
แต่เป็นการ refund* แบบมีเงื่อนไข เช่น เราต้องหางานแบบจริงจัง “actively participate in a job search” เรียนจบ career prep course และเป็นคนสัญชาติอเมริกันเท่านั้น
My Experience

จริงๆนี่เป็นครั้งที่สอง ที่แอดสมัครเรียน TripleTen รอบแรกแอดลงเรียน Data Analyst Bootcamp ตอนเค้ามาเปิดหลักสูตรที่มาเลเซีย สิ่งที่แอดชอบ
- เนื้อหาจัดเต็ม ได้ใช้จริง เรียนจนร้องขอชีวิต
- ติดตรงไหน มีคนช่วยตอบ ช่วย support เสมอ
- มีโปรเจ็คให้ลองทำจริง พร้อมคนรีวิว
แต่เรียนไม่จบ แอดขี้เกียจเอง พูดแล้วก็เศร้า อุแว้ 🤣
ตอนนั้นค่าเทอมประมาณ 50,xxx บาทเอง แต่สอนได้รุ่นเดียว สุดท้าย TripleTen ไม่ไปต่อ กลับไปลุยตลาดอเมริกาอย่างเดียว
แอดคิดว่าตลาด Asia คนยังไม่ค่อยคุ้นกับ coding bootcamp เท่าไหร่ ค่าเทอมแบบจุกๆ เอาไปสมัครเรียน ป.โท บางที่ได้เลย เดี๋ยวนี้ online master degree ก็ราคาถูกลงมาเยอะ
ใจแอดอยากให้เค้ามาเปิดสอนบ้านเราเช่นกัน (แต่ขอราคามิตรภาพนะ 555+)
อยากให้บ้านเรามีหลักสูตรสากลมาเปิดเยอะๆ จำได้ว่าสมัยเป็น Practicum เค้าเคยขึ้นหน้า landing page ประเทศไทยด้วย ถ้าเปิดจริง แอดจะมาอัปเดตให้ทุกคนอ่านที่นี่ที่แรก 👍
TripleTen ตอนนี้เปิดสอน 4 หลักสูตร อีกสามโปรแกรมคือ Software Engineering, Business Analytics (Data Analyst) และ Data Science
Admission บอกแอดว่า นักเรียนเก่าจะได้ส่วนลด 50% สำหรับคอร์สถัดๆไป แอดเล็งๆ BA ต่อ ยังเรียนคอร์สปัจจุบันไม่จบ คิดไกลอีกแล้ว ยั๊งงง 555+
TripleTen Alternatives

เมืองนอกมี software bootcamp ให้เลือกเรียนเยอะมากๆ ทั้งแบบ online, in-person เรียนแบบ full time หรือ part time ราคาโหดร้ายทุกที่ 555+
ตั้งแต่แอดนั่งดูมา TripleTen เป็นที่ๆราคาต่ำที่สุดแล้ว (ไม่ใช้คำว่า “ถูก” นะ 555+)
- General Assembly
- Springboard
- Flatiron
- Thinkful
- Le Wagon
- HyperionDev
บางที่พาร์ทเนอร์กับมหาวิทยาลัยดังๆ ให้โปรแกรมมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เช่น HyperionDev Software Engineering จับมือกับ Imperial College London เรียนแบบ part time 6 เดือน ได้ certificate จากทั้งสองที่พร้อมกัน
แต่ถ้าเน้นคอร์สฟรี อยากลองเรียนดูก่อน ไปที่ Coursera หรือ Freecodecamp นะครับ
Final Duck Score
สรุปคะแนนโดยรวมของคอร์สนี้ Duck Score ของ TripleTen QA Engineer Bootcamp
- ⭐ Quality 10/10
- ⭐ Price 7/10
- ⭐ Overall Duck Score 8.5/10
ถ้าใครมี budget จ่ายไหว แอดว่าจะลองเรียนดูก็ได้ครับ คุณภาพจัดเต็ม แค่ราคายังไม่เป็นมิตรกับคนไทยเท่าไหร่ แอดเก็บเงินหลายเดือนเลย ยั๊งงง 555+

ตัวเลือกอื่นๆที่แอดว่าเรียนแทนกันได้บางส่วนคือคอร์ส Software Engineering, PM ของ IBM บน Coursera มีหลายทักษะที่มัน transfer มาใช้ในงาน QA ได้
หรือจะเรียนฟรี Quality Assurance Certificate ของ Freecodecamp ลองดูก่อนว่าชอบสายนี้ไหม เรียนจบ สอบผ่านได้เซอร์ฟรี เท่ๆ
PS. คอร์สใหม่ๆของ IBM น่าจะดีลกับ Coursera มาแล้ว ถ้ามีไอคอน PLUS จะรวมอยู่ใน subscription แล้ว เรียนจบได้เซอร์เลย ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ลุยครับทุกคน

Leave a Reply