ปี 2020 แอดบังเอิญเจอหนังสือเล่มหนึ่งบน Amazon เป็นหนังสือ hard cover ของสำนักพิมพ์ Stripe Press “Ideas for Progress” หน้าปกสวย ชื่อเรื่องน่าสนใจ
The Art of Doing Science and Engineering เขียนโดย Richard W. Hamming เป็นนักคณิตศาสตร์ และ computer engineer ที่คิดค้น “Hamming Code”

ในหนังสือมีหนึ่ง quote ที่แอดชอบมากๆ เสียเงินทันที เพราะประโยคนี้เลย 555+
Teachers should prepare the student for the student’s future, not for the teacher’s past.
Richard W. Hamming
“ในฐานะอาจารย์ เราต้องสอนนักเรียนเพื่ออนาคตของพวกเค้า ไม่ใช่อดีตของเรา”
ทำให้แอดต้องกลับมานั่งคิดอีกรอบเลยว่า ทักษะที่มันสำคัญจริงๆในอนาคตคืออะไร แอดคิดว่ามีแค่ 3 ทักษะหลัก (core hard skills) ที่เราต้องฝึกฝนในยุคนี้
The Skills You Need
ตัวย่อคือ DSB หรือ Data Science Bootcamp หยอกๆ 555+
- Data
- Software
- Business/ Design
ตัวแอดเรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์ มาทางสาย economics/ marketing แล้วตอนได้ทำงานวิจัยตลาดปี 2012 ก็เริ่มศึกษาเรื่อง data ด้วยตัวเอง

ส่วนทักษะที่แอดคิดว่ายากที่สุด และเราหนีมันตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือ software development ตอนนี้โลกเราถูกกลืนกินด้วย software ไปหมดแล้ว
แม้แต่ AI ก็คือ software หรือ computer program รูปแบบหนึ่ง ปีนี้แอดเลยตั้งใจว่าจะเรียน software skills อย่างจริงจัง ปัญหามีไว้พุ่งชน ยั๊งงง 555+
นั่งหาข้อมูลใน internet คิดว่าลงเรียน bootcamp น่าจะช่วยให้เรามี commitment เคยอ่านงานวิจัยหนึ่งบอกว่าถ้าเสียเงินเรียน จะช่วยให้โอกาสเรียนจบสูงขึ้น 555+
ดูอยู่หลายที่ สุดท้ายไปจบที่ tripleten เป็นหลักสูตรแบบออนไลน์ 5 เดือน ราคาน่ารักสุดในบรรดา US bootcamp ทั้งหมดที่แอดอ่านมา
ค่าเทอม $4900 USD หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 180,000 บาท ช่วงต้นปีเค้ามีส่วนลดให้ 25% พอดี แอดเลยกัดฟันสมัครเรียนก็ได้ 555+
QA Engineering Bootcamp
แอดเลือกหลักสูตร QA Engineering หรือ ”Quality Assurance”
ส่วนตัวคิดว่าเริ่มที่ QA ง่ายกว่าไปลงเรียน Software Engineering แบบเต็มๆ (แต่สำคัญไม่แพ้กัน) แล้วก็เรื่อง budget ด้วย ตังหมดแล้ว 555+

Software engineer (SWE) สร้าง software หรือ product ใหม่ๆ ส่วน QA engineer เป็นคนทดสอบว่า product นั้นทำงานได้ตามที่เราคาดหวังหรือเปล่า
Demand ของตำแหน่งงานสาย software ถือว่าสูงมากๆ ทั้ง SWE และ QA เรียกว่าโตขึ้นเป็นเงาตามตัว มีคนสร้าง ก็ต้องมีคน test
ตำแหน่งงานที่เราสามารถทำได้หลังจากจบ bootcamp นี้คือ Software Tester, QA Engineer, Automation Engineer, Test Engineer ไปจนถึง Manual QA

แอดลองไปส่องใน Indeed, Glassdoor, Linkedin Jobs มีตำแหน่งงานสายนี้เปิดเยอะมาก และการแข่งขันยังไม่สูงเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับตำแหน่งงานใน industry อื่นๆ
ตำแหน่ง Functional Tester ของ Accenture มีคนสมัคร 10:1 ถ้าเรามีทักษะที่ใช่ เข้าตากรรมการจริงๆ โอกาสได้งานคือ 10%+ เลย สูงมาก
นอกจากพวก hard skills แอดคิดว่าการเรียน QA หรือ Software Engineering ในภาพรวม จะช่วยให้เรามีทักษะการเขียน และการสร้าง documents ที่ดีขึ้นด้วย
The Weekend Engineer คือโปรเจ็คที่แอดจะ document การเรียนทุกอย่างเพื่อแชร์ให้กับเพื่อนๆทุกคนที่สมัครรับ newsletter จากเราเลย 💯
Engineering
นิยามคำว่า “Engineering” ส่วนตัวแอดคิดว่าไม่ได้จำกัดเฉพาะงาน software หรือ mechanic เท่านั้น แต่ขอบเขตมันกว้างจนครอบคลุมทุกอย่างที่เราทำเลย
The action of working “artfully” to bring something about
Oxford Languages
Engineering คือการสร้างบางอย่างที่มีคุณค่า “to build, to create” ใช้ทั้ง art + science เป็นได้ทุกอย่างตั้งแต่ software, structure, data, business หรือแม้แต่ idea
ชีวิตดีๆที่เราฝันว่าอยากได้ ก็ต้อง engineer (v.) มันขึ้นมาเหมือนกัน อยู่ที่ตัวเราเท่านั้นที่จะเป็นคนทำสิ่งนี้ได้ และเราจะทำมันด้วยกันทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เลย
ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่ The Weekend Engineer อย่างเป็นทางการ ไฟมาแล้ว 555+
Subscribe, Maybe?
สำหรับเพื่อนๆที่สมัครเข้าร่วมโปรเจ็ค The Weekend Engineer จะได้รับ
- Weekly newsletter ส่งเข้า inbox ฟรีทุกสัปดาห์
- ความรู้เน้นๆ no spam, only ham
- สรุปเนื้อหา QA engineering ที่แอดเรียนบน tripleten
- แชร์เทคนิคการเรียน ตื่นตอนไหน นอนตอนไหน ยั๊งงง 555+
- อ่าน newsletter ย้อนหลังได้ทุกฉบับที่แอดเขียนใน The Weekend Engineer
แล้วพบกันใหม่ใน newsletter ฉบับหน้าครับทุกคน แอดตั้งใจเขียนส่งทุกวันจันทร์ตลอดทั้งปีนี้เลย (ได้ฝึก writing skill ไปในตัวด้วย 555+)
มาเรียนและเติบโตไปพร้อมๆกันนะครับ Data, Software, Business/ Design คือทักษะที่จะอยู่กับโลกไปอีกนาน เรียนไว้ ได้ใช้แน่นอน 1,000,000%✌️
PS. ถ้าใครอ่านจบแล้ว เขียน comment แชร์ไอเดียเรื่อง skill + engineering ที่อยากเรียนได้นะครับ แอดอ่านเองทุก comment เลย เย้

Leave a Reply to PRAPAT JINDARATCancel reply